May 2006
X-Men Trilogy [อาจจะ spoil นะ]
***อาจจะ spoil นะ ใจไม่ด้านพออย่าอ่านต่อ อย่าหาว่าไม่เตือนด้วย***

ไม่ได้เขียน review หรือว่าวิเคราะห์วิจารณ์หนังนานแล้ว แต่ว่าเรื่องนี้อดไม่ได้จริงๆ เพราะว่ามันตีความสวยๆ ได้เยอะเลย ตั้งแต่เริ่มภาคแรกน่ะแหละ อีกอย่าง บอกไว้ก่อนว่าผมไม่ได้สนใจความ "เหมือน" ในเนื้อเรื่องระหว่างหนังกับการ์ตูน หรือว่าการเพิ่ม/ลด/เปลี่ยนบทบาทตัวละครบางตัวนะ

ผมอยากจะมองในแง่การตีความเชิงปรัชญากับชีวิตมากกว่า

ผมอยากจะมองแค่ว่า ถ้าบรรดา X-Men หรือว่าพวกมนุษย์กลายพันธุ์ เป็นคนธรรมดาที่แตกต่างไปจากคนทั่วๆ ไป คนที่ไม่ใช่ mainstream คนที่คิดแตกต่าง ทำแตกต่าง มีแนวคิดและความสามารถที่แตกต่างออกไปจากคนทั่วไปล่ะ .... สิ่งที่คนพวกนี้พบจากสังคมก็มักจะเป็นสิ่งเดียวกันน่ะแหละ คือ
ความกลัว ที่มักจะแฝงอยู่ในรูปของความโน่นความนี่

หลายคนอาจจะมองคนที่แตกต่างเหล่านี้ ว่าเป็นผู้มีปัญหาทางจิต มีปัญหาในการเข้าสังคม มีปัญหาเพราะว่าไม่เหมือนคนหมู่มาก ฯลฯ และพยายามแก้ ด้วยการบังคับ (โดยการใช้กฏของสังคม) ให้พวกที่แตกต่างเหล่านี้เป็นไปตามคนหมู่มาก อ้างโน่นอ้างนี่ และสุดท้ายก็อ้างประชาธิปไตย (เหมือนในหนัง X-3 น่ะแหละ ที่มีการเอาตรงนี้มาแดกดันเล่นด้วย) .... แต่ว่าคนทั่วไปมันเข้าใจประชาธิปไตยซะที่ไหนเล่า ว่ามันต่างจากพวกมากลากไปตรงไหน

ผมมองว่าบรรดามนุษย์กลายพันธุ์ทั้งหลายนี่ เป็น exaggerated version ของคนธรรมดาๆ ที่มีความสามารถพิเศษอะไรบางอย่างน่ะแหละ ลองแทนความสามารถทางร่างกายด้วยคำว่า
จิตใจ สิ เช่น คนที่มีใจแบบความสามารถของ Wolverine ก็เป็นพวกใจแข็งเป็นเหล็ก กล้าหักกล้าทะลวงกล้าแหก รักษาอาการบาดเจ็บทางจิตใจ (อาการท้อแท้ ฯลฯ) ได้เร็ว .. คนที่มีใจแบบ Iceman ก็เป็นพวกที่ทำให้ทุกคนใจเย็นลงได้ หรือว่าเย็นใจได้เมื่ออยู่ใกล้ๆ ผมว่าจริงๆ ลองแปลๆ ตีความเล่นๆ แบบนี้ก็เข้าท่าดีเหมือนกัน

ที่ผมชอบที่สุด (แต่ว่าหลายคนอาจจะไม่ชอบไปด้วย) ในเรื่อง X-3 ก็คือ Angel ที่หลายคนบอกว่า ไม่เห็นมีบทอะไรเลย ออกมาเท่ห์แค่ไม่กี่ฉาก พลังพิเศษอะไรก็ไม่มี นอกจากบินได้

แต่ว่า Angel เป็นสัญลักษณ์ของคำว่า
อิสรภาพ ซึ่งอาจหมายถึงคนที่มีใจรักอิสะเสรีด้วย คนธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ไม่มีอะไรพิเศษนี่แหละ คนพวกนี้เป็นคนที่น่าสงสารที่สุดในสังคมที่พวกเราๆ สร้างมันขึ้นมา ผมเชื่อว่า คนเราทุกคน เกิดมาพร้อมกับสิ่งๆ หนึ่งที่ถูกเด็ดทิ้งไปโดยระบบโลกที่พวกเราสร้างมันขึ้นมาเอง ... นั่นก็คือ ปีกแห่งเสรีภาพ (Wings of Freedom)

ใน X-3 ภาพของ Angel จะเป็นการโบยบินบนท้องฟ้า ซึ่งแต่ไหนแต่ไรมา เราใช้แทนสัญลักษณ์ของการมีอิสรภาพ และ Angel ก็คือคนที่จะถูก
รักษา เป็นคนแรกของเรื่อง นั่นก็คือ การเด็ดปีก หรือทำลายเสรีภาพทิ้งนั่นเอง

คนที่มีลักษณะพิเศษหลายอย่าง ที่ถูกระบบของโลกเรา อ้างความเป็นคนหมู่มาก อ้างความเหมือนความเท่าเทียม ไม่ให้ความสำคัญหรือแม้แต่ยอมรับความต่าง ... ทำลายลงไป ... คนที่บทจะดีก็ดีใจหาย บทจะร้ายก็ร้ายน่ากลัว มีพลังมหาศาลที่สามารถเอาไปใช้สร้างสรรค์ทุกอย่างได้ หรือว่าจะทำลายอะไรก็ได้ อย่าง Phoenix ... ก็มีหลายคนในความเป็นจริง แต่ว่าน่าเสียดายที่คนพวกนี้หลายคนต้องจบชีวิตตัวเอง หรือไม่ก็ดำเนินชีวิตไปในทางเลวร้ายทำลายล้าง เพราะว่าเมื่อทำดี หรือพยายามทำดี แล้วต้องอยู่ภายใต้กรอบมากไป เหมือนกับถูกกักขัง และไม่ได้รับการยอมรับในความสามารถตัวเองอย่างแท้จริง .. หรือว่าคนที่เป็นอย่างมนุษย์กลายคนพันธุ์คนอื่นๆ

ผมไม่ค่อยเชื่อหรอก ที่มีคนบอกว่า ความต้องการพื้นฐานทางจิตใจของคนเรา คือ ความรัก ผมว่ามันคือ การยอมรับ ในทางที่ตัวเองเป็น และการยอมรับและยินดี ในสิ่งที่ตัวเองทำ จากความปรารถนาและเจตนาที่ดีอย่างจริงใจ ต่างหากล่ะ

อยากจะ quote อะไรบางอย่างจากหนังแฮะ แต่ว่าไม่รู้จะ quote อะไรดี ก็เอานี่ละกัน

"Do we look like we need your help (cure)?"
บ่น Word
อ่านชื่อข้างบนก็คงจะรู้ๆ กัน ว่า entry นี้จะเขียนเรื่องอะไร

ไม่เข้าใจว่าทำไม word มันเป็น standard format ในเอกสารราชการมันซะหมดเลยฟะ ขนาด course description/syllabus ยังบังคับให้ใช้ .doc เลย น่าเบื่อจริงๆ จะเขียน thesis หรือว่าเขียนโน่นเขียนนี่ใน LaTeX นี่ รู้สึกเหมือนไม่ได้รับการยอมรับ (ทั้งๆ ที่มันออกมาสวยกว่า มีระเบียบกว่า คนทำปวดหัวน้อยกว่า แต่ว่าเสียเวลากับ learning curve หน่อย)

เรื่องนั้นช่างมันเถอะ เอาอะไรมากับ software ที่มันถูกสร้างมาเพื่อเขียนจดหมาย แต่ว่าถูกเอามาใช้งานผิดประเภท จนเรื้อรังถึงทุกวันนี้

วันนี้อยากจะบ่นอีกเรื่อง ก็เลขาภาคฯ ให้ส่ง course syllabus วิชา SE2 ไปให้เป็น .doc (ปกติผมจะส่งเป็น PDF ใช้ LaTeX ทำ) ก็ไม่มีปัญหาอะไร เราก็มี MS Word 2004 for Mac อยู่ ก็เขียนๆ ไป

พอเอาไปเปิดกับเครื่องเลขาภาคฯ ดันเปิดไม่ได้แฮะ เกิดปัญหาอะไรก็ไม่รู้ word มันดัน crash เฉยเลย... ลองกี่ครั้ง เซฟอีท่าไหน ก็เหมือนกันหมด

ไม่รู้จะแก้ยังไง ลองเอา OpenOffice.org ที่มีในเครื่อง Mac เนี่ยแหละ เปิดไอ้เจ้า file .doc นั่นใหม่ แล้วก็ save as ใหม่เป็น word format เหมือนเดิม .... คราวนี้ดันเปิดได้แฮะ

แบบนี้ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าไงดี ... แต่ว่าสรุปว่า OO.org เจ๋ง ไม่มีในเครื่องนะ คงจะใบ้รับประทานไปแล้ว (คงต้องไปนั่งเขียนใหม่ในเครื่องที่มันเป็น Windows)
ขอแฟนแต่งงาน ผ่านเว็บ Apple!
... ไม่ใช่ผมนะ ... อย่าเพิ่งคิดมาก

วันนี้อ่าน
TUAW เล่นเหมือนปกติ เจออะไรน่ารักๆ ก็เลยเอามาเล่าสู่กันฟัง

[อ่าน
article ต้นฉบับที่ tuaw]

ก่อนอื่น ก็เป็นที่รู้ๆ กัน ว่า website ของ Apple นี่เป็น website ที่คนเข้ามากที่สุด web หนึ่งของโลก ...... เรียกว่ามีอะไรอยู่บนนั้น หรือว่าเปลี่ยนแปลงบนนั้น หรือว่าประกาศบนนั้นนี่ รับรองว่ามีคนอ่านเพียบแน่ๆ

พอดีเร็วๆ นี้ Apple เปิด Apple Store ใหม่ ที่ 5th Avenue, NYC (อเมริกา) แล้วก็มีการโปรโมทกันเต็มที่ อย่างหนึ่งที่ผมชอบมาก ก็คือการถ่ายรูปทุกชั่วโมง แล้วก็เอาขึ้นต่อๆ กัน (time lapse photo) ตอนนี้ก็ยังดูได้ที่

http://www.apple.com/retail/fifthavenue/

ส่วนรูปปัจจุบันที่เพิ่งจะ capture มาจากจอเมื่อกี้ก็

applestore5th

ทีนี้ ก็เลยมีพ่อ geek หน่มหัวใสคนหนี่ง (ท่าทางจะ geek มากด้วย ไม่งั้นคงคิดแบบนี้ไม่ได้ เรายังคิดไม่ออกเลย) ก็เลยไปยืนถือป้ายเขียนชื่อแฟน ชั่วโมงต่อมาก็บอกรัก แล้วก็สุดท้ายขอแต่งงาน

all3signs
[ภาพจาก tuaw]

สุดยอดมาก คิดได้ไง

marrymeallpestore
[ภาพจาก tuaw]

อยากรู้เหมือนกันแฮะ ว่าแฟนหมอนี่ว่าไงมั่ง..... (ย้ำนะ website Apple นี่คนเข้ามากที่สุด web นึงแล้ว)
ฝัน
อยู่ดีๆ เกิดนึกถึงกลอนที่เคยแต่งเมื่อนานมาแล้ว ไม่รู้ทำไม สงสัยเบื่อๆ หลายๆ เรื่อง กับอาการจิตตกที่มันแก้ไม่หายสักทีละมั้ง ก็ post ไว้เนี่ยแหละ ให้อ่านกันเล่น

แต่ละคนก็ล้วนมีความฝัน
แตกต่างกันฝันไปได้ทุกอย่าง
แต่ละคนจะฝันหาอะไรบ้าง
ล้วนอยากสร้างฝันนั้นให้มันจริง
แต่ละคนก็ฝันหากันทุกอย่าง
แต่ไร้ทางจะเป็นจริงซะทุกสิ่ง
ฝันจะมีดาวเป็นร้อยคอยแอบอิง
ก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ไม่มีทาง
ฝันหารักฝันหาคนมาเข้าใจ
ยิ่งฝันไปยิ่งพาใจให้อ้างว้าง
ฝันนิมิตฝันลิขิตบอกโชคลาง
ฝันดีบ้างฝันร้ายบ้างคละกันไป
ใครจะฝันหาอะไรช่างใครเขา
ส่วนตัวเราฝันหาเธอยามหลับไหล
ทุกคืนวันฝันหาเธอเสมอไป
เธอ... ประชาธิปไตย ที่ไกลจริง
Downward Spiral
[I write this entry in English on purpose]

I have a strange feeling recently. I think I know why, but I don't know what should I do to make it better:
I just feel so down.

It's like spiral downward some endless hole. Well, Alice, I used to want to know how deep the rabbit's hole goes. Not this time though, I don't want to go there now. I know there might not be a way back for me.

I had a great weekend. I and my friend did our usual podcasting business at Hua Hin beach, had a little party with his friends. The best thing is when we discussed our professional sides, our thoughts, our insights and ideas, and above all our passions. We are more similar than both of us thought.

It was really fun talking about Information Visualization and Information Aesthetics, basic Architectural Designs, User Interface and Usability, Forms and Functions, Archaeology and History and Information Management. We both think it would be nice to have a place to share those information and enough information for making more senses out of things (correlations, etc).

Information Visualization and Aesthetics is what we really discussed throughout. Someday we may have a chance to work on some real business together on this, not a hobby like our podcast.

When I came back from Hua Hin, I was invited to join a dinner with a group of Japanese Medical Professors. At first I thought only one of them will come, and he comes to discuss about some topics that might or might not get my interest.

One of them is doing Medical Informatics. Basically we talked and talked about Teleconferencing technology and basic research network infrastructure (TEIN2 and JGN2) and their impact and medical studies. Then we moved onto the topics as broad as e-Learning and Disease management. We agreed on several topics and exchanged lots and lots of insights.

That, too, was very fun.

I came back to my department Monday afternoon. I started to feel so down like never before. The atmosphere, people, things, rules, etc etc and etc. Not a single thing seems right and not a single thing made me want to work. Not a single thing keep my head up high, and further down goes my feeling.

Monday passed and gone. Tuesday came.

I gave the final exam to my student in the morning. Leon Chen called me about our Cocoa developer training and we agreed to have a discussion on this coming Saturday. These things energized me a bit.

Then we moved onto have a meeting with the Faculty of Archaeology about our plan to open the Archaeological Science degree together. I had a good discussion with Prof. Supachai on the van along to the way to our Talingchan Campus about e-Learning and Computer Technology in Chemical Training.

Well, the discussion with the Faculty of Archaeology itself was great. I had a good time discussing some of my future projects (I want to start them ASAP, though). We talked about Culture Resource Management and some other things the information system could serve.

I came back to the department, felt gloomy again.

Wednesday.

I have a meeting today at Exbiz, a consulting company and software house I'd been dealing a lot with recently. They are really nice people. We discussed a lot about project directions and exchanged a lot of visions. We agreed to work more together. I told them I am starting my own company. They were quite happy and promise to be my first business partner. Things went well, I was happy.

..............

I am sitting at a coffee shop right now, fearing that my another return to my department will make me feel down again. Maybe I should not go back there today but go straight back home, listen to some nice music, watch some movies, read some good books, write some pretty codes.....

..............

Maybe I should believe someone who just told me yesterday:

"If going out and working with people outside made you feel so gloom, then why don't you just staying here and see things closer to you?"

Yes ... maybe I should remember it and give it a try.

Thank you.
ลง Drupal บน OS X
ก็ยังพยายามหา engine สำหรับ Content Management System (CMS) ง่ายๆ ต่อไป ได้ยินชื่อ Drupal มานานแล้ว แต่ว่ายังไม่ได้ลองใช้ซักที วันนี้ว่างๆ ก็เลยหางานให้ตัวเองทำ

ลง Drupal ง่ายกว่าที่คิดแฮะ ไม่มีอะไรหวือหวาอย่างที่คิด ตอนแรกคิดว่าจะต้องทำอะไรที่มันคล้ายๆ กับ configure-make-make install sequence แต่ว่าจริงๆ แล้วแค่กระจายไฟล์ให้มันได้ drupal-4.x.x ออกมา แล้วย้ายมันไปลงในที่อยู่ของ Apache (ก็คือ /Library/WebServer/Documents) เท่านั้นเอง

ง่ายดีแฮะ.... ไม่มีงานทำเล่นเลย

จากนั้นก็ไป enable PHP ซะ ซึ่งอันนี้เราไม่ต้องทำเพิ่ม เพราะว่าทำไว้แล้ว แต่ว่าถ้ายังไม่ทำ ก็ไม่ยาก หาอ่านได้ทั่วไป .... (search หน่อยนะ) หลักๆ ก็ไปแก้ใน /etc/httpd/httpd.conf ค้นๆ หาพวก php แล้วก็ uncomment มันออกไปซะ แล้วก็ restart Apache ใหม่

ลองสร้างไฟล์ test.php ขึ้นมา ไม่ต้องมีอะไรมาก มีแค่ <?php phpinfo(); ?> ก็พอ โยนๆ มันลงไปใน ~/Sites แล้วก็ลองเรียกดูซิว่ามันทำงานได้ป่าว

จากนั้นก็จัดการเรื่อง database ...​พอดีไม่ได้ใช้ PostgreSQL ก็เลยลองแต่ MySQL อันนี้ไม่มีอะไรมากเลย ก็แค่


mysqladmin -u root -p create drupal
mysql -u root -p drupal < /Library/WebServer/Documents/drupal/database/database.4.1.mysql


ลืมไป .. ถ้ายังไม่ได้ลง MySQL ก็หามาลงก่อนนะ ลงไม่ยากหรอก Happy

พอได้แล้วก็เข้าไปแก้ใน /Library/WebServer/Documents/drupal/sites/defaults/settings.php ค้นๆ หา $db_url แล้วก็แก้ๆ ให้มันเข้าท่า


$db_url = "mysql://root:your_password@localhost/drupal";


จากนั้นก็แก้ $base_url ในไฟล์เดียวกันน่ะแหละ


$base_url = "http://localhost/drupal";


สุดท้ายไปเพิ่มไอ้นี่ให้ crontab

0 * * * * wget -O - -q http://localhost/drupal/cron.php


จากนั้นก็เรียบร้อย Happy ใช้งานได้แล้ว เดี๋ยวไว้ค่อยหา theme กับ module มาลง วันนี้พอล่ะ ขี้เกียจ Happy

drupal
ใช้ Gruff ทำกราฟใน Rails
อยู่ดีๆ เกิดอยากจะลองทำกราฟเล่นกับ ruby on rails ซักหน่อย เพราะว่าคงจะมีเริ่มมีงานที่ต้องใช้งานกราฟสวยๆ อยู่บ้าง (แต่ว่าหลายงานยังหา hosting ไม่ได้เลยแฮะ)

จำได้ตะหงิดๆ ว่าเคยเล่น gruff (หรือว่าอะไรทำนองนี้) อยู่ซักพัก เลยไป search หาใน code playground (ที่ลอง idea ใน harddisk ตัวเองนี่แหละ ตั้งชื่อไปงั้น) สรุปว่าเป็น
gruff จริงๆ ด้วย

แต่ว่า....​ ฮา ต้องลงโน่นนี่ใหม่เยอะเลย เพราะว่าตั้งแต่ล้างเครื่องใหม่นี่ไม่ค่อยได้ลงพวก lib ที่เคยๆ ใช้ไปเลย

ก็ต้องไล่ลง ตั้งแต่
libpng, libjpeg, freetype, ghostscript ฯลฯ โน่นเลย ตรงนี้ Fink ก็พอจะช่วยได้บ้าง แต่ว่าถ้าเป็นพวก lib นี่เอา source มา compile ลงเองดีกว่า ไม่ค่อยเชื่อใจ Fink เท่าไหร่ แล้วก็ต้องลง ImageMagick อีก (ไม่เคยลองกับ GraphcisMagick) แล้วก็ลง RMagick ที่เป็นตัว binding ของ ImageMagick ของ Ruby อีกตัว

จากนั้นค่อยลง gruff .... ตรงนี้ก็ gem install ลงธรรมดาๆ ไม่มีอะไรหวือหวา

อืมมม ใช้งานใน Rails ก็ง่ายดีอ่ะ ตรงไปตรงมา ดู
ตัวอย่างใน web NoR ก็ได้ เคลียร์ดี

screen
Mac OS X 10.4.6 Review
Maybe it's a little late to review this, but I wanted to give it a few real usage tests before posting any comment on it.

I had previously give some bad reviews about recent OS X updates, especially to the 10.4.4 widgets update. All I can say about 10.4.6 is: it finally made Tiger stable, much more than any of the previous Tiger-moment, and enough for most serious tasks.

I had problems with stability of 10.4.x since x=0. Finally, I can call Mac OS X stable and rock solid again.

Your mileage may vary, though.
ZFS for OS X?
มีข่าวออกมาว่า Apple (หรือว่าอย่างน้อยๆ ก็ engineer คนหนึ่งล่ะ) ให้ความสนใจกับการ port ZFS (Zettabyte File System) ให้ใช้งานได้กับ Mac OS X หรือว่าอาจจะเป็น file system ต่อไปเลย

[
ข่าวดั้งเดิม (mailing list ของ Open Solaris), สนทนาภาษา slashdot, ส่วนนี่ของ osnews]

อืมมมมมม ก็ไม่เลวหรอก โดยส่วนตัวผมก็ไม่ค่อยชอบ HFS+ เท่าไหร่ ... แต่ว่าโปรแกรมบน Mac หลายตัวที่เคยชินกับการระบบไฟล์ที่เป็น case-insensitive (เช่นโปรแกรมจากบางบริษัท ที่ file system ของ OS ตัวเองเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว; ทำให้ทำงานกับระบบไฟล์ที่เป็น case-sensitive เช่น UFS ไม่ได้)

ZFS น่าสนใจดี โดยเฉพาะกับ harddisk ใหญ่ๆ แล้วก็มีเรื่องของการ integration ระหว่าง file system กับ volume management แล้วก็เรื่องของ storage pool management ด้วย ยังมีอีกเยอะ แต่ว่าอ่านรายละเอียดจาก
wikipedia เอาเองก็แล้วกัน

แต่ว่า... ไหนๆ จะเปลี่ยนทั้งที ไม่ลองเหลียวแล
Solaris kernel ดูมั่งเหรอ? Solaris ก็ open source แล้วทั้งที (OpenSolaris คือชื่อจริงๆ ตอนนี้ ส่วน Solaris 10 หรือว่า Solaris Express หรือว่าอะไรก็ตาม รวมถึง Nexenta GNU/Solaris ด้วย ก็เป็นแค่ distribution หนึ่งของ OpenSolaris เท่านั้น)

Solaris kernel, *Better* file system (อะไรก็ได้ที่ดีกว่าตอนนี้... ZFS ก็ได้ ไม่ชอบ HFS+), Aqua Interface, Cocoa Framework, OS X features ..... สวรรค์ชัดๆ