Mar 2006
เกมเลี้ยงลิง
พักหลังๆ ตัวเองกับแฟน ติดเกมเลี้ยงลิง (ชื่อเต็มๆ มัน Mobile pet) บนมือถือ(ของแฟน) ก็เหมือนๆ กับทามาก๊อตน่ะแหละ คอยดูว่ามันหิว มันต้องการออกกำลังกาย อยากอาบน้ำ หรือว่าอยากให้เราเล่นด้วยหรือเปล่า คอยดู status มันไปเรื่อยๆ แล้วก็คอยเลี้ยงให้ค่าโน่นนี่มันเต็ม

แฟนลองเล่นครั้งแรก ลิงตาย เพราะว่าแฟนไม่ได้อ่าน help กับวิธีเล่น แล้วก็ใจร้อน อยากเห็นมันโตเร็วๆ เลี้ยงไปครึ่งชั่วโมง ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ก็เลยเลิกเล่น แล้วกลับมาดูหลังจากผ่านไปอาทิตย์นึง ... ลิงก็ตายไปแล้ว ประมาณว่า ไม่ตรอมใจตาย ก็หิวตาย

ก็เลยเล่นใหม่ คราวนี้ให้เราอ่าน help ให้ก่อน ก็เลยกลายเป็นธรรมเนียม ว่าตอนเช้าตื่นมาก็ต้องดู status มัน กลางวันก็ต้องดูแลมัน เย็นก็ดูแลมัน ก่อนนอนก็ดูแลมันอีก เรียกว่า status เต็มตลอดเลย

สิ่งที่สังเกตได้จากคราวนี้
1) พอเลี้ยงไปได้อาทิตย์นึง ก็เริ่มผูกพันกับมัน (พอดี graphics ในเกมมันทำน่ารักด้วย) เห็นมันทำท่าน่ารักๆ เวลาให้อาหารหรือว่าเวลาเล่นกับมันแล้วก็อารมณ์ดี
2) แฟนก็เลย เกิดอาการสงสารลิงตัวเก่า ที่เค้าเลี้ยงไม่ทันระวัง (เพราะว่าไม่รู้วิธี) แล้วก็ตายไป คิดถึงบางทีจะร้องไห้เอา (เพราะว่าเกิดอาการผูกพันกับตัวปัจจุบัน)
3) เลี้ยงไปได้ 10 วัน ลูกลิงเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง กินอาหารท่าใหม่ เล่นซนแบบใหม่ อาบน้ำเล่นเป็ดยางสีเหลืองด้วย (ของเล่น geek ...) น่ารักมาก แถมเวลานอน เอาหางห้อยต้นไม้นอนอีก

ก็เลยตั้งใจเลี้ยงยิ่งขึ้น เพราะว่าเห็นว่าอีก 10 วัน มันต้องเปลี่ยนท่าทางอีกแน่ๆ อยากเห็นมันโตขึ้นด้วย แฟนถามประจำ ว่าเมื่อไหร่มันจะโตซะที มันอ้วนขึ้นหน่อยมั้ย ... และแล้ว อีก 10 วันก็ผ่าน

4) วันนี้ ตอนเราอยู่ใน International workshop (on Cyber Science Infrastructure) .... แฟนส่ง SMS มาบอก ว่า

"ลิงน้อยตายแล้ว ... Died happy of old age.... I really cry. He an live only 20 days. :'( "

ใจหายเหมือนกันแฮะ....

อืมมม ก็เลยมานั่งคิด ถึงพื้นฐานของจิตใจคน เราก็เล่นเกมมาเยอะเหมือนกัน แต่ว่าเพิ่งจะสังเกตจริงๆ ก็คราวนี้แหละ ว่า เวลาเราเล่นเกมบางเกม บางลักษณะ ที่เราต้องดูแลมัน ให้ความรักอะไรซักอย่างกับมัน ไม่ใช่เพื่อการเอาชนะคอมพิวเตอร์ แต่ว่าอยากให้คอมพิวเตอร์ (หรือว่าตัวละครที่เป็นคอมพิวเตอร์) มัน achieve อะไรได้บางอย่าง นี่บางทีมันสร้างความผูกพันได้เยอะเหมือนกัน มันทำให้เราอ่อนโยนขึ้นได้เหมือนกัน และบางทีมันแสดงความอ่อนไหว อ่อนแอ ในตัวเราออกมาได้เหมือนกัน (อย่างเล่น CM เงี้ย ก็คงอยากให้ตัวผู้เล่นที่เราปั้นขึ้นมาตั้งแต่เป็นตัวเยาวชน เล่นได้ดีๆ ยิงประตูได้ เปิดได้สวยๆ ทำนองนั้นมั้ง)

มี script ของหนัง The Matrix Revolution ที่ถูกแฟนหนัง extended (และแก้บางส่วน) อยู่อันนึงที่ชอบ ... จริงๆ มันก็ imply อยู่ในตัวหนังอยู่แล้ว (แต่ว่าคุณต้องดู Animatrix ด้วยนะ) .... ที่ว่า สิ่งที่ machine ต้องการที่สุด ก็คือ "Love" (ไม่ใช่แค่ "Peace" ที่อย่างในหนัง) และเมื่อมีความรักแล้ว Machine กับคน ก็อยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุข

นั่งเขียนอยู่เนี่ย ยังสงสารลูกลิงน้อยอยู่เลย ขนาดเกมนะ .....
เรื่องเก่าเล่าใหม่
อืมมมม รู้สึกว่าเราจะทำให้ภาคเดือดร้อนเรื่อยเลยแฮะ กับไอ้เรื่องที่เราอยากทำ แต่ว่ามันไม่เคยมีคนทำมาก่อนเนี่ย เลยต้องมาวางมาตรฐานโน่นนี่กันใหม่เรื่อย

ตอนก่อนโน้น (นานแล้ว) ก็เรื่องขอบัตรให้เด็กมาช่วยกันตั้งกลุ่มวิจัยทีนึงแล้ว ก็ต้องมาตั้งมาตรฐานกันวุ่นวาย คราวนี้ก็อีกล่ะ ดันไปขอเปิดวิชาเลือกตอน summer .. เค้าบอกว่าเค้าไม่เคยเปิดกัน ก็เลยต้องมาขอตั้งมาตรฐานกันอีก สุดท้ายก็ไม่ได้เปิด

แล้วข้อกำหนดบางอย่างที่คิดว่าเคยคุยกันไปแล้ว ทำไมเวลามันผ่านๆ ไป มันกลายเป็นอีกอย่างนึงหรือว่าเหมือนกับไม่เคยคุยกันเลยได้หว่า แต่ว่าไม่เป็นไรหรอก ช่างมันเถอะ
Ruby on Rails
I've been playing around with Ruby and Ruby on Rails for a while. If I could make only one comment, then ... It's a killer, really.

With the simplicity and elegantly beauty on both Ruby and Rails, along with user experience you could get from AJAX, it's the matter of time before these things become more mainstream even for the non-web-application. (I could imagine lots of desktop applications that take advantages of Web Services and Web 2.0; Apple's OS X's Sherlock is one prime example).

But with AJAX, ... yet-another-plaform-dependent-library is becoming unnecessary. After all, you can just make an application that run on your internal/local web server and design interfaces with standard web form and CSS.